Untitled Document
  Untitled Document
   
ประวัติวัดเกรียงไกรเหนือ
ประวัติหลวงพ่อองค์ดำ
ประวัติหลวงปู่กลิ้ง สนฺติภูโต
ติดต่อวัด

   
หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์
เป้าหมาย
หลักสูตรและวิชาที่สอน
เปิดสอนในวันและเวลา
สถานที่ทำการสอน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โครงการต่างๆ

 
 
สังเกตการเรียนการสอนธรรมศึกษาวันอาทิตย์



วันที่โพสต์ : 2552-04-02
สังเกตการเรียนการสอนธรรมศึกษาวันอาทิตย์ (อ.จุไร พิมพ์พยอม วันที่ ๒๔ กันยายน๔๙)
วันนั้นเป็นวันที่ผู้เขียนได้เข้าไปนั่งสังเกตการเรียนการสอนของ อ.จุไร พิมพ์ พะยอม (รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเกรียงไกรเหนือ )
วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ จากการสังเกตด้วยสายตา จะเห็นมีเด็กมาเรียนประมาณ ๒๐ กว่าคน เนื่องจากว่าวันนั้นน้ำท่วมระดับหัวเข่าทำให้เด็กมาเรียนน้อยกว่าวันปกติ (เด็กมาเรียน ๖๐ กว่าคน)
ก่อนที่จะเริ่มการเรียน การสอน อาจารย์ท่านได้ให้เด็กฝึกนั่งแบบสำรวมกายใจ

“นักเรียนให้นั่งเฉย ๆ อย่างยกขาขึ้นมาไม่สวยเลย นักเรียนชายก็ต้องระวัง นักเรียนหญิงก็ต้องระวัง ลองนั่งเก็บปลายเท้าอีกครั้งนะค่ะ ยืดตัวให้ตรง ไม่ต้องเท้าแขนนะค่ะ แล้ววางมือบนตัก (ดีมาก) นั่งอย่างสง่าผ่าเผย อย่านั่งชะง็อก นักเรียนเราต้องฝึกทุกครั้ง นะค่ะเผื่อโตขึ้นมา ผู้ชายอาจได้เป็นท่านทูตขึ้นมาอย่างเนี้ย ต้องรักษาชื่อเสียงว่าประเทศไทย มีกิริยามารยามเรียบร้อย ตอนนี้ผู้หญิงก็เป็นทูตได้แล้วนะค่ะ...อ้าวนักเรียนเปลี่ยนอิริยาบถอีกครั้งค่ะ ดีมากค่ะนั่งสำรวจเลย

คราวนี้ลองยืดตัวตรงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็ฝึกนั่งสมาธิ แค่ครึ่งนาทีนะค่ะ ก้มหน้าหลุบตาลงต่ำ สำรวมกาย วาจา และสำรวจใจด้วยนะค่ะ ....ดีมากค่ะ ตอนนี้ก็นั่งตามสบายนะค่ะ”

หลังจากนั้นอาจารย์ ก็ขานชื่อนักเรียนว่ามีใครมาบ้าง... “วันนี้ครูมีข้อทดสอบมาให้นักเรียนลองทำดู โดยไม่ต้องเขียนลงอะไรทั้งสิ้น วันนี้เราจะมาทำ Pretest กันก่อน แค่ให้นักเรียนลองตอบดูว่าทำได้หรือเปล่า แล้วเราค่อยสอบกันวันหลัง”

โดยให้นักเรียนมาอ่านข้อสอบคนละข้อ (เช่น ข้อใดไม่ใช่ความหมายของศีล..การกระทำข้อใดที่เกี่ยวกับศีลข้อที่๑ เป็นต้น) อาจารย์บอกนักเรียนว่า เพื่อเป็นการฝึกการพูด ฝึกการพูดไมล์ ฝึกการแสดงออก โดยสลับกันพูดระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย

โดยให้นักเรียนมาอ่านข้อสอบคนละข้อ (เช่น ข้อใดไม่ใช่ความหมายของศีล..การกระทำข้อใดที่เกี่ยวกับศีลข้อที่๑ เป็นต้น) อาจารย์บอกนักเรียนว่า เพื่อเป็นการฝึกการพูด ฝึกการพูดไมล์ ฝึกการแสดงออก โดยสลับกันพูดระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย
นักเรียนทั้งชายและหญิงต่างก็มีความกระตือรือร้นในการตอบคำถาม และตอบข้อสอบปากเปล่าได้ เมื่อเด็กนักเรียนที่ออกมาอ่านข้อสอบแล้ว ก็ได้รับคำชมเชยจากครู และได้รับเสียงปรบมือจากเพื่อน ๆ ถ้าเด็กคนไหนไม่กล้าออกมาพูดครูก็จะพูดกระตุ้นให้ออกมาพูด โดยเปรียบเทียบกับตนเองว่าเมื่อก่อนครูพูดไม่ได้เหมือนกับนักเรียนตอนนี้นะ ครูจะสั่นมาก แต่ครูว่าพวกเธอเก่งนะ”
จากการสังเกตการเรียนการสอนจะเห็นว่าอาจารย์จะฝึกให้เด็กกล้าแสดงออก ฝึกในการนั่งแบบสำรวม แม้จะเป็นการสอนแบบบรรยายแต่ก็ทำให้เด็กมีส่วนร่วม ในการถาม ตอบ
หลังจากที่อาจารย์ทดสอบเด็กจนหมดชั่วโมง แล้ว ผู้เขียนก็ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับอาจารย์จุไร พิมพ์พยอม


ผู้เขียนได้ถาม อ.จุไรว่า การเรียน การสอนเด็ก ในวัด กับในโรงเรียนต่างกันไหมค่ะ
อ.จุไร....มีความแตกต่างกันมากค่ะ คือ การเรียนการสอนที่วัดจะใช้ กัลยาณธรรม คือ ๑ กลัวเด็กไม่มาเรียน อย่างเราสอนที่โรงเรียนเราดุได้ อย่างเวลาคุยกันก็โดนไปแล้ว แต่เด็กที่นี้เราต้องพูดดี ๆ เพราะ ๆ เพราะกลัวเด็กไม่มาเรียน ถ้าเด็กที่มาเรียนไม่เกเรเกเส พ่อแม่ ปู่ย่าตายายก็สบายใจ คือ สบายใจทั้งตระกูล สุขภาพจิตดีหมด ถ้าลูกดี แต่ถ้าลูกเกเท่านั้นแหละทุกข์ใจกันทั้งบ้าน

ผู้เขียน...ในโรงเรียนที่อาจารย์สอนอยู่มีอาจารย์ท่านใดบ้างที่สอนพุทธศาสนาอีกค่ะ
อ.จุไร....ครูทุกคนเป็นคนสอนกึ่งสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ครูก็สอนได้ทั้งหมด แต่สอนอย่างละนิดละหน่อย คือไม่ได้ลงลึกเหมือนกับการเรียนการสอนธรรมศึกษาวันอาทิตย์ การเรียนธรรมศึกษาตรี ถือว่ายากมาก เพราะเป็นการปูพื้นฐานในเรื่องพุทธศาสนาทั้งหมด พอเรียนระดับธรรมศึกษาชั้นโท ก็ยาก เพราะเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ พอเรียนระดับธรรมศึกษาเอกจะง่ายแล้ว เพราะว่าเด็กผ่านมาหมดทุกด่านแล้ว

ผู้เขียน....กิจกรรมที่สอดแทรกให้เขาทำ ไม่ใช่เรื่องในการเรียนการสอนในห้องหรือการบรรยายอย่างเดียว คือเป็นเรื่องการศึกษาธรรมทางอ้อมน่ะค่ะ
อ.จุไร....เช่นการปฏิบัติภารกิจทางพุทธศาสนาเช่น การละศีล การเข้าแถวรับประทานอาหาร ฝึกกิริยามารยาท ฝึกนมัสการพระคุณเจ้า ถ้าเจอกันก็ทักทายสวัสดีกัน ไหว้กัน เมื่อก่อนนี้ยากมากที่เด็กจะทำ แม้เดี่ยวนี้เด็กบางคนก็เก้อที่จะสวัสดีกัน ในโรงเรียนธรรมศึกษาวันอาทิตย์จะมีเด็กที่มาเรียนหลากหลายวัย ไม่เฉพาะเด็กที่อยู่ในละแวกนี้เท่านั้น ก็มีเด็กที่เรียนอยู่ในตัวเมืองบ้าง เรียนอยู่ที่โรงเรียนอื่น ๆ บ้างก็จะมาเรียนรวมกันที่นี้
เมื่อก่อนนี้ เราต้องไปหาเจ้าภาพ (Sponsor) ในเรื่องเสื้อผ้า เรื่องอาหาร ค่าเอกสารต่าง ๆ เพื่อให้เด็กที่มาเรียนได้รับความรู้เต็มที่ ครูที่มาสอนก็ไม่ได้ค่าตอบแทนทำมาสองปี เพิ่งมาได้ปีนี้แหละ แต่เราก็ไม่ได้เอาเข้ากระเป๋านะ เราก็มาซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนให้เด็กนั่นแหละ อีกอย่างเราเป็นคนที่นี้ ก็อยากจะทำเพื่อชุมชน และอยากเห็นเด็กดีขึ้น ซึ่งก็ดีขึ้นจริง ๆ เด็กที่มาเรียนก็มาด้วยความสมัครใจ มีทั้งเด็กประถมจนถึงปวช.ปวส.ก็มี อย่างเด็กที่มาเรียนที่นี้ได้ไปสอบแข่งขันการตอบปัญหาธรรมก็ได้รางวัลที่สองมาทางวัดก็สนับสนุนส่งเสริมให้เขาได้แสดงออกในสิ่งที่ดี
หลังจากชั่วโมงของ อ.จุไร หมดลง ก็มีพระมหาเจริญ ท่านมาสอนภาษาบาลีต่อ เป็นการสอนแบบบรรยาย ในการใช้ภาษาบาลีฝึกอ่าน การสะกดคำ


หลังจากนั้นผู้เขียนได้ไปสังเกตการเรียนการสอนนักธรรมชั้นโท ซึ่งในครานั้นพระอาจารย์โกวิทย์ จนฺทโก เป็นผู้สอน วันนั้นมีนักเรียนมา ๓-๔ คนเนื่องจากน้ำท่วม
พระอาจารย์สอนในเรื่องการออม การจัดการบริหารเงินว่าควรจะใช้จ่ายอย่างไร เช่น มีเงิน ๑๐๐ บาท โดยแบ่งเงินออกเป็น ๕ ส่วน
ส่วนที่หนึ่ง ใส่ออมสิน (๒๐ ๓๐ ๔๐)
ส่วนที่สอง ฝังดินไว้ (ไว้ในพุทธศาสนา บุญกุศล ๒๐ ๑๐)
ส่วนที่สาม ใช้หนี้เก่า (ให้พ่อแม่ ๑๕ ๔๐ ๓๐)
ส่วนที่สี่ ให้เขากู้ (ให้ลูกหลาน ส่งเสียให้ได้รับการศึกษาเล่าเรียน ๑๐)
ส่วนที่ห้า โยนลงเหว (กิน ใช้ ๒๐)

จากนั้นก็ได้พูดคุยกับพระอาจารย์ ท่านก็กล่าวว่า ในส่วนของการเรียนการสอนในรดับนี้จะเน้นไปที่การวิเคราะห์ และในวันนี้ก็ไม่ได้มีการเรียนการสอนอะไรมากเนื่องจากนักเรียนมาน้อย
จากนั้นก็ไปดูการเรียนการสอนของนักธรรมชั้นเอก ซึ่งในวันนี้ อ.จุไร พิพ์พยอมเป็นผู้สอนอีกเช่นกัน ส่วนใหญ่วันนั้นก็ไม่ได้มีการเรียนการสอนเท่าไร ก็ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเด็กที่เรียนนักธรรมเอกที่มาในวันนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียนที่เรียนเก่ง และเป็นนักแสดงละครพระเวสสันดรชาดก


ก็นักเรียนธรรมศึกษาชั้นเอก (ที่อยู่ในภาพ) ได้ไปประกวดบรรยายธรรมะที่ จังหวัดสุโขทัย ได้รางวัลที่สองมาเรื่องทางแห่งความเจริญ ผู้เขียนก็เลยถามว่าเพราะเหตุใด เราถึงได้ที่สอง น้อง ๆ เขาก็บอกว่าเพราะประสบการณ์ยังมีน้อย และเพิ่งไปแข่งครั้งที่สอง และบางคนก็เพิ่งไปครั้งแรกด้วย น้อง ๆ เขาสะท้อนว่าที่ตอบคำถามไม่ได้ส่วนใหญ่เป็นคำถามทั่ว ๆ ไป เช่น ถามเรื่องกระเพาะปลา เป็นต้น และพูดถ่อมตัวว่าตัวเองยังเก่งไม่เท่าพี่คนที่ได้ ที่๑ แต่ก็ถือว่าได้ประสบการณ์ ก็มีที่ได้รางวัลประกวดร้องเพลงลูกทุ่งได้ที่ ๓
นอกจากนี้ อ.จุไรยังบอกว่า น้องที่ร้องเพลงลูกทุ่งได้ก็หาลำไพ่พิเศษจากการร้องเพลงในหมู่บ้านด้วย เช่น งานบวช งานแต่ง ซึ่งในชุมชนจะมีวงดนตรีอยู่ โดยจะได้ค่าเหนื่อยครั้งละ ๑๐๐-๒๐๐ บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาด้วย
ส่วนใหญ่การเรียนการสอนธรรมศึกษาชั้นเอกจะยากอยู่ตอนที่ท่องบาลีต้องจำให้ได้ และตอนสอบธรรมศึกษาโทจะเป็นข้อสอบวิเคราะห์ทั้งหมด
จะสังเกตได้ว่าเด็กที่เรียนนักธรรมเอก ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่เรียนในตัวเมือง เช่น โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ (ปกติจะมีนักเรียนนักธรรมเอก มี ๒๐ คน) วันนี้มาเรียน ๕ คน มีตั้งแต่เด็กชั้น ป.๕ – มัธยมศึกษาปีที่ ๑
หลังจากที่ได้สังเกตการเรียนการสอนมาครึ่งวัน แล้ว ก็ได้เวลารับประทานอาหารกลางวัน พระอาจารย์คามิน ก็ได้เชิญให้ผู้เขียนไปร่วมทานอาหารกับเด็ก ๆ ด้วย


ก่อนทานอาหาร พระอาจารย์โกวิทย์ ก็จะให้เด็กท่อง บทพิจารณาอาหารก่อน
บทพิจารณาอาหาร
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง
อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า
พ่อแม่เหนื่อยอยาก ลำบากหนักหนา
สงสารบรรดา คนยากคนจน
ในโลกนี้ยังมีคนที่จนยาก
แสนลำบากอัตคัดและขัดสน
อย่ากินทิ้งกินขว้างตามใจตน
สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน.

จากนั้นก็ให้เด็ก ปฏิญาณตนก่อนรับประทานอาหาร
คำปฏิญาณตนก่อนรับประทานอาหาร
เวลาทานเราจะไม่พูด ถ้าเราพูดเราจะไม่ทาน
เวลาทานเราจะไม่เล่น ถ้าเราเล่นเราจะไม่ทาน
เวลาทานเราจะไม่คุย ถ้าเราคุยเราจะหยุดทาน.

คำขอบคุณ
ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณที่กรุณา เมตตานำอาหารมาให้ลูกลูกซาบซึ้ง
น้ำใจ ตั้งแต่นี้ไปทำความดีตอบแทน ขอบคุณ (ครับ/ค่ะ)
เป็นคำขอบคุณสำหรับแม่ครัวที่ทำอาหารให้ทาน


ระหว่างที่ทานอาหารพระอาจารย์โกวิทย์ ก็ได้เล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟังความว่า
“กาลครั้งหนึ่งนานๆๆ มาแล้ว มีลูกกวางและแม่กวางคู่หนึ่ง อายุลูกกวางเพิ่งจะ ๔ ขวบเอง ด้วยความรักลูก และไม่อยากให้ตายเหมือนพ่อคือถูกบ่วงนายพราน ด้วยความรักลูก แม่กวางจึงไปปรึกษากับลุงกวาง ซึ่งเป็นพี่ชาย เมื่อก่อนกวางพูดได้นะแม่กวางก็พูดว่า พี่ๆ เมื่อปีที่แล้ว พ่อไอ้แดง คือลูกกวางชื่อไอ้แดง ถูกจับนายพรานใจร้ายเอาไปฆ่า ฉันเป็นห่วงลูกลำพังฉันไม่มีเวลา เอาอย่างนี้ก็แล้วกันฉันจะฝากไอ้แดงให้พี่ดูแลได้มั้ย ฝากไว้สักปีหนึ่ง ให้มันเรียนวิชาแก้บ่วง ต้องเรียนวิชาถึงจะแก้บ่วงได้ และแล้วลูกกวางก็ไปเรียนกับลุง บ้านของลุงห่างจากบ้านตัวเองประมาณ ๕ – ๖ กิโลต้องเดินผ่านป่าไป ก็ไปเรียนกับลุง ลุงก็บอกแดงเอ่ยการเรียนแก้บ่วง ต้องใช้เวลาเรียนเป็นปีนะลูกนะ ถึงจะรู้ถึงจะเข้าใจต้องค่อย ๆ เรียน ทีละนิดทีละหน่อย ต้องตั้งใจเรียนนะ (คร๊าบ) ต้องตั้งใจนะลูกนะ (คร๊าบ) งั้นเราก็เริ่มเรียนกันเลย ลุงก็สอน ๆ สามวันแรก เจ้าลูกกวางแดงก็ขยันมาเรียนทุกวัน อย่างตั้งใจ และแล้ววันหนึ่งก็มาถึง ก็เดินมาเรียนตามปกติ แล้วก็มาเจอลำธาร แม่น้ำ มีผีเสื้อ สวยไปหมด เจ้ากวางน้อยนึกในใจว่า วันนี้ไปเรียนสายสักวันลุงคงไม่ว่าหรอก วันแรก ช้าไป หนึ่งชั่วโมงลุงก็ไม่ได้ว่าอะไร วันที่สองเอาอีก ช้าไป หนึ่งชั่วโมงลุงก็ไม่ได้ว่าอะไร พอเห็นอย่างนั้นว่าลุงไม่ได้ว่าอะไร จากหนึ่งชั่วโมงก็เป็นสอง เป็นสามชั่วโมง ผลสุดท้ายเจ้ากวางน้อยก็ไม่ได้ไปเรียน ถืออาหารจากบ้านไปทุกวัน แต่ไม่ได้ไปเรียน แต่ไปเล่นน้ำ จับผีเสื้อ จับปลาไปทุกวันผ่านไป ครึ่งปี ลุงคิดว่าไอ้แดงคงไม่มาเรียนแล้วและคิดว่าตนเองเก่งแล้ว แม่ก็คิดว่าลูกไปเรียนทุกวัน
และแล้ววันหนึ่งก็มาถึง เป็นช่วงฤดูล่าสัตว์ นายพรานก็ทำบ่วงมาดักไว้ ไอ้แดงก็เดินเล่นไป ก็ไปติดบ่วงของนายพรานเข้าขาห้อยต่องแต่ง แก้ก็แก้ไม่ได้ ร้องให้ใครช่วยก็ช่วยไม่ได้ พอแม่กวางเห็นว่าเย็นแล้วลูกไม่มาสักทีก็ตามหา และก็เห็นลูกติดบ่วงนายอยู่ แต่แม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เดินวนไปวนมา จนกระทั่งนายพรานมา แม่ก็ต้องหลบไปสุดท้ายเจ้ากวางน้อยก็ต้องมาตายเพราะคิดบ่วงของนายพราน แม่กวางก็ไปต่อว่าลุงว่าทำไมลูกฉันมาเรียนแล้วถึงแก้บ่วงไม่ได้ล่ะ ลุงก็บอกว่ามันมาเรียนแค่สามสี่วันเองแล้วก็หายหัวไปไหนไม่รู้.. พระอาจารย์ก็ถามเด็กๆ ว่ามันหายไปไหนลูก..ไปเที่ยว ไปหลงแสงสี เสียง.... นิทานเรื่องนี้ก็จบ ใครตายลูก ลูกกวาง พ่อกวางมันไม่มีความรู้ ก็ตายเพราะนายพราน ลูกกวางไม่มีความรู้ เพราะไม่ไปโรงเรียนแม่ก็ช่วยไม่ได้เพราะแม่ไม่ได้ไปเรียนหนังสือ อยู่แต่ในบ้าน นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม” แล้วมาเรียนธรรมะดีไหม ถามว่าเราใช้ทุกวัน เธอเชื่อมั้ยในอนาคตเราจะได้ใช้ ถึงเราไม่ได้ใช้ในวันนี้ก็พรุ่งนี้ก็ได้ใช้ พรุ่งนี้ ไม่ได้ใช้ก็เป็นมะรืนนี้ใช้ มะรืนนี้ไม่ได้ใช้ สัปห์ดาหน้าก็ได้ใช้ ฯลฯ”


 
แหล่งที่มา : Kidsdee
 
 

หน้าหลัก | หลวงปู่กลิ้ง สนฺติภูโต | หลวงพ่อองค์ดำ | วัดเกรียงไกรเหนือ | ติดต่อวัด | ข่าวคิดดี | ห้องภาพคิดดี | สมุดเยี่ยม | เสียงธรรมออนไลน์ | พุทธวิธีชนะความโกรธ | คิริมานนทสูตร | พุทธวิธีคลายโศก | พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน | พลังทิพย์ | ทำไมคนเราจึงต่างกัน | พระธรรมเสนาบดีสารีบุตร | พระมหากัสสปะ | พระมหาโมคคัลลานะ | อันชนกชนนีนี้รักเจ้า เทียมเท่าชีวาก็ว่าได้ | สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี | พระอานนท์พุทธอนุชา | พุทธชัยมงคลคาถา | พระคาถาชินบัญชร | บารมี 30 ทัศ | โพชฌงคปริตร | พระคาถาป้องกันภัยทั้งสิบทิศ | พระคาถามงคลจักรวาลทั้งแปดทิศ | พระคาถาเชิญชุมนุมเทวดา | มหาเมตตาครอบจักรวาล | ท่านพ่อสุ่น ธมฺมสุวณฺโณ | หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม | หลวงปู่พุทธอิสระ | ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดเกรียงไกรเหนือ ต.เกรียงไกร อ.เมือง จังหวัดนครสวรรค์ || www.kidsdee.org